วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ In conflicts !



            สัปดาห์แรกของเดือมีนามคม เริ่มต้นด้วยข่าวความขัดแย้งระหว่างประเทศในเอเชีย      
                   
                 เริ่มด้วย ปัญหาภายในประเทศของเกาหลีใต้เองหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่การถอดถอน พัค กึนเฮ ประธานาธิบดีคนล่าสุดของเกาหลีใต้ จากที่สภาเกาหลีใต้มีมติเป็นเอกฉันท์ถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี (Impeachment) จากกรณีพัวพันการคอรัปชั่นหลายคดี จนประชาชนเกาหลีใต้ต้องออกมาประท้วงกันครั้งใหญ่ (สาเหตุการเดินขบวนประท้วงที่กินเวลาหลายเดือน มาจากหลายๆเรื่องตั้งแต่เรื่องคดีเรือเซวอลล่ม คดีนำเข้าเนื้อวัวที่มีโรค จนถึงความพยายามที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์บิดาของตนเองจากดำให้เป็นขาว)

               ภาพคนเดินถือป้ายต่อต้านประธานาธิบดีพัค กึน เฮ (โดย The Associated Press)
              
กรณีสำคัญคือการที่ประธานาธิบดี ปล่อยให้เพื่อนสนิทเข้ามาแทรกแซงในการบริหารงานของรัฐบาล และการให้เพื่อนสนิทแอบอ้างใช้ตำแหน่งประธานาธิบดีให้บริษัทหลายแห่งบริจาคเงินแต่นำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
                หลังจากการญัตติการถอดถอนออกมา ขณะนี้ประธานาธิบดีพัค ยังคงอยู่ในที่พักทำเนียบ รอกระบวนการศาลที่พิจารณาเวลาหลายเดือน
                โดยหากการถอดถอนมีกระบวนการพิจารณาออกมาเป็นทางการ พัค กึน เฮ จะถือว่าเป็นประธานาธิบดีคนแรกจากการเลือกตั้งของเกาลีใต้ที่ถูกกระบวนการ Impeachment   
                การเมืองภายในที่ระส่ำระส่ายยังไม่เพียงพอ การเมืองภายนอกก็ยังครุกกรุ่น เกาหลีใต้พบความขัดแย้งกับจีน ที่มาที่ไปคือหลังจากที่สหรัฐต้องการสร้างฐานขีปนาวุธ (THAAD) ที่เกาหลีใต้ จีนจึงเกิดความระแวงว่าจะเป็นฐานซุ่มโจมตีจีนหรือไม่ จึงโต้กลับด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจ รวมถึงเรื่องการค้าแทน
ในปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ การค้า จีนสั่งแบนธุรกิจแหล่งใหญ่หลายประเภทเกาหลีใต้ในจีน ทั้ง บริษัทรถยนต์ ‘ฮุนได’ บริษัทเครือโรงแรม และเครื่องสำอาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มบริษัท ลอตเต้ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่อันดับต้นๆของเกาหลีใต้ ที่ให้ที่ดินสหรัฐในการติดตั้งขีปนาวุธ ส่งผลให้ห้างลอตแต้สาขาในจีน ไม่มีผู้คนมาใช้บริการ  ด้านการท่องเที่ยวทัวร์จีนทั้งหลายต่างถูกระงับในการเดินทางไปเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตามฝั่งสถานทูตเกาหลีใต้ได้ออกมาประกาศว่ายังคงต้อนรับคนจีนในการทำวีซ่าได้ตามปกติ พร้อมยังเพิ่มการอำนวยความสะดวกมากขึ้น
                กรณีนี้ส่งผลให้หุ้นโซลร่วงติดลบ ทั้งยังเกิดการประท้วงห้างลอตเต้ในจีน ส่วนทางด้านสถานทูตเกาหลีใต้ได้ออกคำสั่งคุ้มครองพลเมืองเกาหลีใต้ในจีน
                จากการเมืองลามไปถึงเรื่องวัฒนธรรม อุตสาหกรรมเพลง K-Pop ของเกาหลีใต้ประสบปัญหาถูกแบนจากประเทศจีนเช่นกัน เป็นเวลาหลายเดือนแล้วตั้งแต่จีนมีคำสั่งห้ามศิลปินเกาหลีเปิดทำการแสดงในจีน ซึ่งจีนถือว่าเป็นตลาดเพลงที่ทำรายได้ให้กับเกาหลีใต้อย่างมาก

จากกรณีของเกาหลีใต้ และจีน หากนักท่องเที่ยวจีน นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ หรือศิลปินเกาหลี เข้ามาไทยเป็นพิเศษในช่วงนี้ คงไม่เป็นที่สงสัยกันเลยทีเดียว ไทยแลนด์แดนสมายด์ เป็นมิตรกับทุกประเทศ....... 


สถานการณ์ล่าสุดนางปาร์ค กึนเฮ ได้เดินทางไปรับฟังศาลศาลตัดสินคดีคอรัปชั่น ขณะนี้ถูกกักกันเดี่ยวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยปาร์คกึน เฮถือว่าเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของเกาหลีใต้ที่ถูกตัดสินคดีเช่นนี้



                     ภาพข่าว คิม จอง นัม ถูกพบว่าเสียชีวิตที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ (Reuters)

มาถึงฝั่งโสมแดงอย่างเกาหลีเหนือ นอกจากข่าวการพยายามพัฒนาขีปนาวุธแล้ว ข่าวใหญ่ในรอบหลายอาทิตย์นี้คงเป็นข่าวอื่นไม่ได้นอกจาก ข่าวการสังหาร นายคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ที่มาเลเซีย
หลังจากเหตุการณ์นี้ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ-มาเลเซีย แย่ลงเรื่อยๆ ล่าสุดมาเลเซียมีคำสั่งให้ นายคัง ซอล เอกอัคราชทูตเกาหลีเหนือออกจากมาเลเซียภายใน 48 ชม. หลังจากที่เกาหลีเหนือวิจารณ์การสืบสวนคดีการสังหารครั้งนี้ว่าไม่โปร่งใส อาจมีการแทรกแซงจากชาติมหาอำนาจเพื่อลงโทษเกาหลีเหนือ และไม่ยอมออกมากล่าวขอโทษ ทางการมาเลเซียไม่พอใจ จึงสั่งขับทูตเกาหลีเหนือเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนาและต้องออกจากประเทศภายใน 48 ชม.”


ต่อมาความเคลื่อนไหวล่าสุด(31มีนาคม2017)ทางการมาเลเซียได้ตกลงยอมส่งศพนายคิม จองนัมกลับเกาหลีเหนือโดยแลกกับการที่ทางการเกาหลีเหนือปล่อยตัวประกันชาวเมเลเซียที่ถูกกักกันอยู่ ณ กรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ โดยอย่างไรก็ตามทางการมาเลเซียจะยังคงดำเนินการสืบสวนคดีกันต่อไป


สุดท้ายสถานการณ์ทางการเมืองของภายในประเทศจะเป็นเช่นไร คงต้องเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป แต่สถานการณ์จะไม่ลุกลามบานปลายไปกว่านี้ หากไม่มีประเทศมหาอำนาจหรือประเทศที่สามยื่นมือเข้ามาปลุกปั่น หรือถือมือเข้ามากระทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง


เก็บไว้ให้ทิ้งท้ายยย

การใช้มาตรการลงโทษทางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว แบบนี้ ไม่ถือว่าเป็นการใช้อำนาจในด้าน Soft power เพราะ เป็นการใช้มาตรการลงโทษโดยการบังคับ (Coercion) ถือเป็นการใช้ Hard power ***หากเป็น Soft Power จะเป็นเรื่องการมีอิทธิพลทางด้านความคิดแทน  ตัวอย่างง่ายๆ เช่น American Pop Culture

ขอขอบคุณแหล่งข่าวดีๆ
http://m.posttoday.com/world/news/483577
http://www.matichon.co.th/news/389353
Twitter @forLUMIN
@Guitar_BBty

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

Trump's Vision สหรัฐอเมริกาในมือทรัมป์


นโยบายทรัมป์ ความเป็นไปของสหรัฐอเมริกาในอนาคต

             คำว่า “Make America Great Again” เป็นคำกล่าวที่ถือว่าเป็นที่จดจำไปทั่วโลกของโดนัล ทรัมป์ที่ได้กล่าวไว้ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จนในที่สุดเอาชนะใจคนอเมริกันที่ไปลงคะแนนเสียง และส่งผลให้ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนล่าสุดของสหรัฐอเมริกา
            วิสัยทัศน์ของทรัมป์ในด้านนโยบายการบริหารประเทศ มีความแตกต่างกับประธานาธิบดีคนก่อนอย่างบารัก โอบามา ทั้งอาจมาจากพื้นหลังดั้งเดิมหรือจะเป็นมุมมองการเมืองที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ส่งผลต่อความเป็นไปในอนาคตของทั้งสหรัฐอเมริกาและส่งผลกระทบไปทุกประเทศทั่วโลก

ยกเลิก Obamacare

นโยบายแรกที่ทรัมป์ได้ใช้อำนาจประธานาธิบดีเซ็นอนุมัติหลังจากการเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ คือ การยกเลิกกฎหมายประกันสุขภาพของโอบามา (Obama Care) ที่โอบามามีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวอเมริกันในการลดค่าใช้จ่าย ในส่วนนี้ทรัมป์ได้มีความคิดเห็นตรงกันข้ามกับโอบามาโดยชัดเจน เพราะจากวิสัยทัศน์ของพรรค Republican ของทรัมป์ที่โดยส่วนใหญ่สมาชิกพรรคประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ จะไม่ให้การสนับสนุนในเรื่องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายแก่คนยากไร้ ซึ่งตรงกันข้ามกับพรรค Democrat ของโอบามา โดยสมาชิกพรรคคนหนึ่งได้กล่าวว่าหากยกเลิกนโยบายประกันสุขภาพต่างๆจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายประเทศได้หลายล้านเหรียญสหรัฐ

ถอนตัวจากการเป็นสมาชิก TPP

ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภูมิภาคแปซิฟิค หรือ TPP : Trans-Pacific Partnership ถือเป็นเขตการค้าเสรี (FTA) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยประเทศสมาชิก ได้แก่ สหรัฐ ญี่ปุ่น แคนาดา เม็กซิโก ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม ชิลี เปรู โดยมีสหรัฐเป็นผู้นำหลัก ดำเนินการในสมัยของโอบามา
การใช้อำนาจประธานาธิบดีถอนตัวออกจาก TPP ของทรัมป์ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสหรัฐมากมาย เพราะTPP เป็นการดำเนินงานของโอบามาที่ยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติจากสภา Congress และยังไม่มีผลเป็นรูปธรรม มีเพียงการลงนามการเป็นภาคีในความร่วมมือ ความตั้งใจของสหรัฐในสมัยโอบามา ที่ต้องการคานอำนาจทางการค้ากับจีนในภูมิภาคเอเชียดูเหมือนจะริบหรี่ลงในสมัยของทรัมป์ แน่นอนว่าทรัมป์ต้องการลดค่าใช้จ่ายของสหรัฐภายนอกประเทศ พร้อมหันกลับมาพัฒนาในสหรัฐแทน
อย่างไรก็ตามการถอนตัวของสหรัฐ  ที่เป็นตัวการหลัก ส่งผลต่อความไว้วางใจต่อประเทศสมาชิกอื่นๆใน TPP แม้ว่าญี่ปุ่น หนึ่งในประเทศที่มีกำลังเศรษฐกิจเจริญเติบโตในเอเชีย ตั้งใจสานต่อความร่วมนี้ก็ตาม โดยที่นายกญี่ปุ่น ชินโซะ อาเบะ กำลังอยู่ในการนัดหารือใหม่เรื่องนโยบายเศรษฐกิจกับประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์

เปลี่ยนแปลง NAFTA

ความร่วมมือทางการค้าเสรีที่สำคัญอีกหนึ่งเขต คือ ข้อตกลงการค้าเสรีในทวีปอเมริกาเหนือ NAFTA ที่ประกอบไปด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา และแม็กซิโก
ทรัมป์ได้มีคำสั่งนัดเจรจา แก้ไขข้อตกลงนี้กับผู้นำทั้งอีกสองประเทศ โดยเฉพาะกับแม็กซิโก ซึ่งรวมไปถึงเรื่องการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างกัน และการตรวจเข้มเรื่องการเข้าสหรัฐของคนแม็กซิกัน

Promote Pipeline

วิสัยทัศน์หนึ่งของทรัมป์จากพรรค Republican คือ การไม่ส่งเสริมการลดภาวะโลกร้อน และการรักษาสิ่งแวดล้อม เหตุผลหนึ่งคะเนได้จากการที่ทั้งทรัมป์เองและสมาชิคพรรคคนอื่นมีกิจการส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีความจำเป็นในการใช้น้ำมันเป็นเชื่อเพลิง แน่นอนว่าหากลดกำลังการผลิตลง และเข้าร่วมข้อตกลงความร่วมมือลดโลกร้อนต่างๆแบบที่สมัยโอบามาปฏิบัติ จะส่งผลต่อธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรมมหาศาล และอีกทางหนึ่งคือหากประเทศลดอุตสาหกรรมการผลิตลง จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในโลกกาภิวัตน์เช่นนี้ (วิเคราะห์ตามหลัก Limit to Growth : Green Theory)
สอดคล้องกับการเดินหน้าโครงการสร้างท่อส่งน้ำมัน Keystone XL และ Dakota Access ของทรัมป์ ที่โอบามาสั่งยุติชั่วคราว จากการมีผู้เดินขบวนต่อต้านโครงการนี้จำนวนมากรวมถึงคนในแคนาดา จากผลที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม


ต่อต้าน Refugees

อีกหนึ่งปราศรัยสำคัญที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก คือ นโยบายต่อต้านคนมุสลิมและผู้อพยพเข้าสหรัฐ เมื่อเข้าดำรงตำแหน่ง ทรัมป์เตรียมใช้คำสั่งอำนาจประธานาธิบดี ห้ามผู้อพยพ ที่ลี้ภัยมาจากประเทศมุสลิมบางประเทศเข้าสู้พรมแดนสหรัฐ เช่น จากซีเรีย อิรัก อิหร่าน เยเมน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน


Mexican Border wall

รวมถึงอีกวาทะสำคัญที่ต่อต้านคนแม็กซิโกเข้าสหรัฐ จากการที่ทรัมป์มองว่าคนแม็กซิโกเข้ามาแย่งงานคนอเมริกัน 
แต่แรกทรัมป์เสนอให้แม็กซิโกเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการสร้างเองทั้งหมด แต่ประธานาธิบดีเอ็นริเก นิเอโตของแม็กซิโก ปฏิเสธว่าจะไม่จ่ายเด็ดขาด ถ้าจะต้องจ่ายต้องเป็นผลประโยชน์โดยทั้งสองฝ่ายเท่านั้น
ทรัมป์ จึงตอบโต้โดยจะปรับภาษีนำเข้าจากเม็กซิโก 5-20% เพื่อนำค่าขึ้นภาษี มาจ่ายค่ากำแพงกั้นชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก ส่วนนี้ผู้วิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าส่งร้ายมากกว่าผลดี โดยเฉพาะกับประชาชนชาวอเมริกันเอง เพราะสินค้าโดยส่วนใหญ่นำเข้ามาจากแม็กซิโก หากขึ้นภาษีนำเข้าประชาชนอเมริกันจะต้องแบกรับภาระมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีโรงงานที่ตั้งอยู่ในแม็กซิโกโดยส่วนมาก
จากการปฏิเสธของประธานาธิบดีแม็กซิโกส่งผลให้การนัดพบกันระหว่างทรัมป์และเอ็นริเกเป็นอันต้องยกเลิกไป ล่าสุดประกาศจากพรรค Republican แถลงว่าจะนำงบประมาณสำรองที่ไม่ใช่ส่วนของงบประมาณส่วนกลาง ออกมาใช้ในการสร้างกำแพงแทน โดยต้องรออนุมัติงบจากสภา Congress เสียก่อน


แหล่งอ้างอิง ขอขอบคุณ
Twitter @pannikawanich
@Suchanee_R
รายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ,27/01/2017


วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

Post-Brexit นี่เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร...

         หลักจากปรากฏการณ์ผลประชามติของ*สหราชอาญาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป นำไปสู่กระแสการเมืองฝ่ายขวานิยม ได้อย่างไร
(*ไม่ใช่ของอังกฤษประเทศเดียว รวมทั้ง อังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือ สกอตแลนด์ เวลส์)

ทำไมถึงอยากออก

โดยพื้นฐานแล้วอังกฤษไม่มีความประสงค์ที่จะเป็นสมาชิกองค์กรเหนือรัฐตั้งแต่ต้น (ตั้งแต่เป็น EEC ก่อนมาเป็น EU) แต่ปีที่ผ่านๆมาปัญหาเรื่องผู้อพยพและภัยก่อการร้ายกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรตัดสินใจเช่นนี้

    -เรื่องผู้อพยพ ผลที่ตามมาจากการก่อการร้าย + ต้องให้ที่พักพิง งาน + แรงงานเสรีที่เคลื่อนย้ายมาทั่วEUแย่งงาน เอาเปรียบเรื่องละเว้นภาษี สวัสดิการ คนในประเทศ  (ถ้าออกจากEUจะกำหนดเกณฑ์ กฎหมาย เรื่องผู้ลี้ภัยได้เอง + เหตุผลใน การรักษาอัตลักษณ์ของชาวอังกฤษเดิมไว้)
    -สหราชอาณาจักรต้องจ่ายเงินในฐานะประเทศสมาชิกปีละหลายแสนล้านบาท (ประมาณ9แสนล้าน) เกิดความคิดว่าเอาเงินมาพัฒนาประเทศจะเกิดประสิทธิภาพมากกว่า
-สหภาพยุโรปเป็น Supra-International Organization องค์กรเหนือรัฐ มีศาลยุโรป มีกฎหมายที่ออกโดยสภายุโรป ทุกประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตาม (ไม่เป็นอิสระ เลือกตั้งเองไม่ได้)

    -จาก #วิกฤตกรีซ และก่อนหน้านี้ในหลายๆประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจยุโรปย่ำแย่ ประเทศสมช.ต้องให้เงินช่วยเหลือ รักษาความน่าเชื่อถือของเงินยูโร (เยอรมนี กับฝรั่งเศสนำเงินช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก เพราะเสรษฐกิจดี และอังกฤษถือโอกาสออก เพราะเดิมใช้ค่างินปอนด์ แต่ถ้าเศรษฐกิจยุโรปล่มจะส่งผลกระทบกับอังกฤาเองด้วยเช่นกัน)

    -นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ประกาศลาออก (เพราะตนเองสนับสนุนให้ Remain)
* ความจริง ประชามติไม่มีผลทางกฎหมาย แต่คาเมรอนแสดงความรับผิดชอบ และไม่ให้เกิดข้อกังขาเวลาทำงานต่อ (บางส่วนมองว่าที่คเมรอนลาออก เพราะไม่ต้องการที่จะรับผิดชอบสถานการรณ์ทั้งทางเศรฐกิจ การเมืองหลักจากนี้)

ระหว่างนี้อังกฤษทำอะไร


                                                                                                                  ภาพ : BBC
                                                  
หลักจากที่นางทเรซา เมย์ (Theresa May) นายกคนใหม่ของอังกฤษขึ้นสู่ตำแหน่ง ระหว่างนี้ทั้งสหราชอาณาจักรรอเจรจากับผู้นำประเทศต่างๆเรื่องสัญญาที่เคยทำร่วม รอถอดถอนออกจากสภาพการเป็นสมาชิก

 
  ระยะเวาลโดยประมาณ 2 ปีสำหรับกระบวนการถอดถอนตาม มาตรา 50 ของ สนธิสัญญาลิสบอน ปี2009
ที่กำหนด ให้สหราชอาณาจักรเข้าสู่ขบวนการถอดถอน
เท่ากับว่า อังกฤษกลับเข้าสู่สมาชิกสหภาพยุโรปไม่ได้อีกแล้ว ถ้าจะเข้ามาอีกต้องได้รับความยินยอมจาก 27 ประเทศสมาชิกทั้งหมด

ผลกระทบต่อไทย

 เศรษฐกิจ ระยะสั้นๆ ทองคำราคาผันผวน หุ้นตก ค่าเงินบาทอ่อน เพราะ ไทยส่งออกไปยังอังกฤษแค่ 2% นักลงทุนอังกฤษในไทยมีจำนวนไม่มาก
****
- มอร์แกน สแตนลีย์ บริษัทการลงทุนจากสหรัฐฯ ประกาศย้ายตำแหน่งงาน 2,000 ตำแหน่งไปยังเยอรมนีและไอร์แลนด์แทนอังกฤษ

ระหว่างนี้อังอังกฤษพยุงเศรษฐกิจไม่ให้เงินปอนด์อ่อนค่าลงไปกว่านี้ อย่างไรก็ตามหุ้นตก ราคาน้ำมันร่วง ค่าเงินปอนด์ยังคงตก
-อังกฤษเสียสถานะประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 5 ของโลกให้ฝรั่งเศส หลังจากเงินปอนด์ร่วงหนักจาก Brexitจนทำให้มูลค่าเศรษฐกิจในประเทศลดลง

-นักวิชาการอังกฤษกลัวเกิดภาวะสมองไหลจาก Brexit นักวิชาการจะอพยพไปทำงานในอียู

ประเด็นเชื่อมโยงสำคัญ

♡♡♡Domino Effects♡♡♡
 
       ปัญหาอยู่ที่ผลเกิดกับทั้งสหราชอาณาจักร ที่รวมประเทศอื่นในเครือจักรภพไปด้วยสกอตแลนด์ เรียกร้องที่จะทำประชามติ Remain ในสหภาพยุโรปเหมือนเดิม (ต้องการอยู่euต่อ & ต้องการออกแยกประเทศ ออกจาก UK รอบที่ 2)  บวกกับประชาชนส่วนใหญ่ทั้งในฝรั่งเศส อิตาลี ก็เรียกร้องประชามติออกจาก EU
 

       ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

      สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากนโยบายการเปิดประเทศ รับผู้อพยพที่ลี้ภัยจากสงครามกลางเมือง จากประเทศแถบตะวันออกกลาง และในแอฟริกาเอง ภาพในแง่ลบจากผู้อพยพทั้งจาก เหตุการณ์ก่อการร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นในสถานที่สำคัญหลายๆประเทศทั้งในฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และเยอรมนี ผู้กระทำการเหล่านี้ส่วนใหญ่ตรวจสอบพบว่าแฝงตัวมาในกลุ่มผู้อพยพเพื่อมาก่อเหตุ ในส่วนของประเทศที่เปิดรับผู้อพยพแน่นอนว่าต้องแบกรับภาระมหาศาลทั้งในเรื่องของการหาที่พักพิง อาหาร จนไปถึงการหาอาชีพเป็นหลักแหล่ง 
      มุมมองจริยธรรม ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ตามแนวคิด พลเมืองโลกนิยม cosmopolitanism ที่มองว่ามนุษย์ทุกคนในโลกเป็นประชากรโลกเช่นกัน ฉะนั้นควรช่วยเหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์โลก แม้ว่าจะมีความแตกต่างทางด้านพื้นเพวัฒนธรรม เชื้อชาติก็ตาม

      มีขาวก็ต้องมีดำ มีแง่ดีก็ต้องมีแง่ร้าย

     ประชากรบางกลุ่มที่เห็นผลร้าย จากภาพลักษณ์ผู้อพยพในแง่ลบ ทั้งจากสื่อและสังคมออนไลน์ และมองว่าไม่ควรแบกรับภาระนี้อีกต่อไป เพราะไม่สามารถมองเห็นผลประโยชน์จากจุดยืนเดิม อีกทั้งกลุ่มคนผู้ลี้ภัยเหล่านี้เป็นคนนอกพรมแดนรัฐ เมื่อเข้ามาอาศัยในรัฐของตนต้องมีการจัดหาแหล่งที่อยู่ อาชีพ เกิดการแต่งงาน เชื้อชาติมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่เป็นชาติเดิมโดยแท้แต่กำเนิดอย่างในอดีต เกิดความรู้สึกหวงแหนในความเป็นเอกลักษณ์เดิมของตน นำไปสู่การหันเหเข้าสู่สังคมอนุรักษ์นิยม (ฝ่ายขวานิยม)
 

ภาษาอังกฤษถูกลดความสำคัญลงจากการที่เป็นภาษาราชการ แทนที่โดยภาษาฝรั่งเศสกับภาษาเยอรมัน

          - อยู่ในขั้นตอนพิจารณา หมายความว่า ถ้าอังกฤษจะทำสัญญากับอียูด้วย ก็ต้องนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษเอง
อย่างไรก็ตาม ทั้งภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษแต่เดิมก็เป็นภาษาราชการ ภาษาที่ใช้โดยส่วนมากในประชาคมยุโรปอยู่แล้วรองจากภาษาอังกฤษ ในส่วนของตรงนี้จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายในมากนัก แต่จากภายนอกอาจมีผลกระทบไม่มากก็น้อย
 
แหล่งอ้างอิง
BBC / RT / AFP / The Guardian
@Carina3603
@pannikawanich
@Prapapoom

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560

Hit Words ศัพท์การเมืองฮิตๆ

รวบรวมคำศัพท์การเมืองที่น่าสนใจ ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ 


                                    อัพเพิ่มเรื่อยๆ เมื่อเจอคำใหม่ๆ 

1.Post-Truth 
หมายถึง การใช้อารมณ์ ความเชื่อ ความเห็นส่วนตัว มากกว่าข้อเท็จจริง ในสภาวะการแสดงความคิดเห็นประเด็นการเมืองต่างๆ

ถือเป็นศัพท์ค้นหายอดฮิตของ Oxford Dic ปี 2016 โดยถูกนำมาใช้พูดถึงกับปรากฏการณ์การเมืองระหว่างเทศทั้งในปรากฏการณ์ Brexit และ ปรากฏการณ์การผลเลือกตั้งประธานาธบดีสหรัฐที่ผ่านมา


2. Wing-it 
ถูกกล่าวโดยนักการทูตคนหนึ่งกล่าวถึงทรัมป์ ในทางบวก หมายถึง สามารถด้น พูดสดๆ แต่ความหมายทางลบ หมายถึง มั่วไปเรื่อยๆ ไม่มีการเตรียมการมา

3.alternative facts
ข้อเท็จจริงทางเลือก มีความหมายเท่ากับ "ความเท็จ"

                                                                                   ที่มาโดย คุณสุธิชัย หยุ่น twitter @suthichai